วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

มิก้า ชูนวลศรี : การผจญภัย 10 ปี ในคาร์ดิฟฟ์


มิก้า ชูนวลศรี : การผจญภัย 10 ปี ในคาร์ดิฟฟ์


      ตลอดช่วงวัยรุ่นในประเทศแถบตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอังกฤษ เขาผ่านเหตุการณ์ต่างๆมามากมาย ตั้งแต่วัยประถมที่แทบไม่ได้คุยกับใคร, เป็นแข้งเยาวชนสโมสรดังก่อนติดทีมชาติ, สนิทกับสองแข้งดัง, เกือบเลิกเล่นฟุตบอล จนถึงวันที่ตัดสินใจกลับสู่ประเทศไทย...นี่คือสิ่งที่เขาพบเจอมาตลอด 10 ปี ตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น และมาเล่าทุกอย่างให้ฟังด้วยตัวเอง
นอกจาก มิก้า ชูนวลศรี จะผ่านการค้าแข้งให้หลายสโมสรในประเทศไทย และผ่านช่วงเวลามากมายในประเทศไทยมานานกว่า 7 ปี แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าชีวิตของเขาก่อนหน้านี้ในถิ่น "มังกรแดง" เป็นอย่างไร...
เกาะสมุยสู่เกาะอังกฤษ
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1989 ห่างออกไปจาก คาร์ดิฟฟ์ เมืองหลวงของประเทศเวลส์ 18 ไมล์...เด็กน้อยคนหนึ่ง ได้ถือกำเนิดขึ้นกับคุณพ่อชาวไทย และคุณแม่ชาวเวลส์ ที่เมืองบริดเจนด์
“จริงๆแล้วแม่อยู่ที่ไทยตอนท้องผม ก่อนกลับไปคลอดที่เวลส์ ผมอยู่ที่นั่นได้ 6 เดือน แล้วก็กลับมาอยู่ไทยอีกครั้ง” มิก้า เล่าถึงเรื่องราวสมัยยังเยาว์วัย
“ผมอยู่ที่เกาะสมุยบ้านเกิดพ่อถึง 10 ขวบ ก็กลับไปเวลส์อีกครั้งเพราะการเรียน ตอนนั้นผมอยู่ ป.4 เหลือเวลาอีก 2 ปี จะขึ้น ม.1 แม่ก็เลยคุยกับพ่อ ว่าอยากจะให้ มิก้า เข้า ม.1 ที่เวลส์ เพราะระดับการศึกษาดีกว่าเรียนที่โรงเรียนวัดแหลมหอยบนเกาะสมุยอยู่แล้ว”
“และอีกอย่างหนึ่งคือถ้าอยู่ที่สมุย ก็คงอยู่ที่นั่นไปตลอด เรียนที่นั่น ไม่ได้ออกไปไหน พ่อกับแม่เลยตัดสินใจให้ผมกลับไปเวลส์ เหมือนไปเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย รวมถึงการใช้ชีวิต และทุกอย่าง พอเข้า ม.1 มันก็เลยง่ายเลย เพราะได้มีเวลาปรับตัวมาก่อนหน้านั้น 2 ปีแล้ว”
มิก้า เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 5-6 ขวบ ตามประสาเด็กต่างจังหวัดทั่วไป เห็นทั้งพ่อ และญาติๆเตะฟุตบอลหน้าวัด ก็มักจะไปวิ่งเก็บบอลหลังสนามอยู่เป็นประจำทุกวัน ก่อนค่อยๆหัดเล่นพร้อมพัฒนาฝีเท้าตัวเองไปตามวัย และจัดว่ามีพื้นฐานฟุตบอลที่เก่งกาจพอตัว
ช่วงกลับไปอยู่ใหม่ๆภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยแข็งแรง แต่สิ่งที่ทำให้เราเข้ากับเพื่อนๆที่โรงเรียนได้ก็คือกีฬาฟุตบอล
“ช่วงกลับไปอยู่ใหม่ๆภาษาอังกฤษผมไม่ค่อยแข็งแรง แต่สิ่งที่ทำให้เราเข้ากับเพื่อนๆที่โรงเรียนได้ก็คือกีฬาฟุตบอล พอเขาเห็นผมเตะบอล ก็เห็นว่าผมเก่ง เหมือนเรามีพื้นฐานในการเล่นกีฬาจากสมุย พอกลับไปอยู่ที่นู่นก็เข้ากับวัฒนธรรมได้ง่ายขึ้น”
“อีกสาเหตุที่ค่อนข้างปรับตัวลำบากในช่วงแรก คือตอนนั้นไม่มีลูกครึ่งเลยครับ สำหรับผมไปอยู่ที่เวลส์ก็เป็นลูกครึ่งคนเดียว ยกเว้นน้องชายผมคนนึง นอกจากนั้นก็ไม่มีลูกครึ่งคนไหนเลย”
ปัญหาเรื่องการเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติภายในโรงเรียน อาจพบเห็นได้บ่อยครั้งในแถบยุโรป ที่ชาวเอเชียมักจะถูกเจ้าถิ่นกลั่นแกล้งในหลายๆรูปแบบ และน้องชายของ มิก้า เองก็เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาบ้างพอสมควร
“ผมคิดว่าหน้าตาผมก็ไม่ได้ออกไทยมากนัก แล้วผมผิวแทนด้วย คนที่นั่นเขาชอบผิวแทน เขาเลยไม่ค่อยคิดกันว่าผมเป็นลูกครึ่งไทย ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้กัน ปัญหาเรื่องเหยียดเชื้อชายนี่ผมไม่เคยเจอเลย แล้วโชคดีที่ตอนอยู่โรงเรียนผมเก่งเรื่องกีฬา ทุกคนก็เลยยอมรับ เหมือนหนังอเมริกา ถ้าเด็กคนไหนเก่งกีฬา ก็จะเป็นที่ชื่นชอบ”
“อีกสาเหตุหนึ่งคือ ที่เวลส์หรืออังกฤษ เรื่องเหยียดผิวถือเป็นสิ่งต้องห้าม ถ้าใครเหยียดผิว หรือเหยียดเชื้อชาติ เขาจะถูกไล่ออกจากงานทันที ไม่มีแบบว่ามาเตือนก่อนหรืออะไรแบบนี้ คือเด็ดขาดมากๆ เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้จะไม่มีเท่าไหร่”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น